“เลเวอร์คูเซน” บุกชนะ “ไฟร์บวร์ก” 1:0 ในศึกบุนเดสลีกา

29/06/2020 admin

“ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน” สามารถบุกชนะ “ไฟร์บวร์ก” ไปแบบหวุดหวิด ด้วยสกอร์ 1-0 เก็บ 3 คะแนนสำคัญ ในศึก บุนเดสลีกา เยอรมนี

 

เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม ปี พ.ศ. 2563 มีการแข่งขันฟุตบอล บุนเดสลีกา เยอรมนี ข่าวฟุตบอล ประจำฤดูกาล 2019-2020 ได้มีการแข่งขัน 1 คู่คือ ไฟร์บวร์ก อันดับที่ 8 ของตาราง เปิดสนาม ชวาร์ซวัลด์ สตาดิโอน ต้อนรับการมาเยือนของ “ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน” อันดับที่ 5 ของตาราง

 

ครึ่งแรกเปิดฉากมาเป็น “เลเวอร์คูเซน” ที่ครองบอลและบุกเข้าใส่เจ้าถิ่นอยู่ฝ่ายเดียว แต่ในจังหวัดสุดท้ายก็ยังเกินๆ ขาดๆ จนกระทั่งนาทีที่ 42 กลายเป็นว่า “ไฟร์บวร์ก” ที่เกือบได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ “โรแลนด์ ซัลไล” จ่ายบอลทะลุขึ้นมาทางฝั่งซ้ายให้ “ลูคัส โฮเลอร์” หลุดเดี่ยวก่อนที่จะปั่นเข้าขวา บอลหลุดเสาสองไปอย่างน่าเสียดายครับ

 

ในตอนจบครึ่งแรกก็ยังไม่มีอะไร “ไฟร์บวร์ก” ยังเสมอ “ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน” อยู่ที่ 0-0

 

กลับมาเล่นต่อในครึ่งหลังนาทีที่ 50 “ไฟร์บวร์ก” เกือบจะได้ประตู จากจังหวะที่ “คริสเตียน กูนเทอร์” ข่าวฟุตบอล เปิดบอลมาจากฝั่งทางซ้ายไปที่เสาสอง “โรแลนด์ ซัลไล” และโหม่งหลุดกรอบไปนิดเดียว

 

แล้วจากนั้นในนาทีที่ 54 “เลเวอร์คูเซน” กลับได้ประตูนำขึ้นมาเป็น 1:0 จากจังหวะที่ “ไค ฮาเวิร์ตซ์” จ่ายบอลขึ้นมาให้ “เลออน ไบลีย์” แล้วพลิกบอลเข้าจุดโทษ ก่อนจะจ่ายคืนให้กับ “ฮาเวิร์ตซ์” ที่วิ่งเติมขึ้นมา แล้วจิ้มบอลเข้าประตูไปได้อย่างง่ายดาย

 

แล้วหลังจากนั้นถัดมา 2 นาที “เลเวอร์คูเซน” เกือบบวกสกอร์เพิ่ม เมื่อ “ฟลอเรียน เวิร์ตซ์” นำบอลขึ้นมาทางขวาถึงหน้าจุดโทษ แล้วยิงด้วยขาขวา บอลพุ่งเฉี่ยวเสาซ้ายออกไป และในนาทีที่ 63 “เลเวอร์คูเซน” กลับได้ฟรีคิกฝั่งขวา “นาเดียม อามิรี” เปิดบอลเข้าจุดโทษ “ยูเลียน บอมการ์ ดลินเกอร์” โหม่งเข้าไป แต่ก็โดนจับฟาล์วไปก่อน 

 

มาถึงในนาทีที่ 67 โอกาสของ “ไฟร์บวร์ก” มาถึงเมื่อ “โจนาธาน ชมิด” ที่ลงมาเป็นตัวสำรองได้มีโอกาสยิงไกล ยิงบอลพุ่งเสียบมุมแต่ว่า “ลูคัส ฮาราเดคกี” สามารถปัดมันออกไปจนได้ข่าวฟุตบอล และในช่วงเวลาที่เหลือของทั้งสองทีมไม่สามารถทำอะไรกันได้จนจบเกม

 

“ไบเออร์ เลเวอร์คูเซน” บุกมาเอาชนะ “ไฟร์บวร์ก” 1-0 เก็บเพิ่มเป็น 56 คะแนน และขึ้นมาอยู่เป็นอันดับที่ 3 ของตารางจนได้ครับ

 

ข่าวฟุตบอล !! “คล็อปป์” ถึงกับหลั่งน้ำตาพูดไม่ออก หลังจากที่ “ลิเวอร์พูล” คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้

Tags : ,
Leave Comment